Korea

กรุงโซล

ในปีที่ 3 ของการปกครองของราชวงศ์โชซอน (ปี ค.ศ.1394) นั้นได้มีการย้ายเมืองหลวงมาที่กรุงโซลและตั้งแต่นั้นมาเป็นเวลากว่า 600 ปีแล้วที่กรุงโซลกลายเป็นศูนย์กลางทางการเมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรมและการคมนาคม ในปัจจุบันประชาชนชาวเกาหลีจำนวน 1 ใน 4 ใช้ชีวิตอยู่ที่กรุงโซลที่ถือว่าเป็นจุดศูนย์กลางและศูนย์รวมของความรู้ทั้งปวง ที่กรุงโซลมีการเก็บวัตถุโบราณของราชวงศ์โชซอนไว้มากมาย นั่นคือประตูทงแดมุน และนัมแดมุน พระราชวัง 5 แห่ง อันมีชื่อว่า เคียงบกกุง ชางด๊อกกุง ชางเกียงกุง ถ๊อกซูกุง และเคียงฮุยกุง หลุมผังศพกษัตริย์ต่าง ๆ อันรวมถึงฮองเนิง ซอนจองเนิง และซุงเคียนกวัน สถาบันสอนลัทธิขงจื๊อของกรุงโซล มรดกของกรุงโซล แพร่หลายไปทุกหนแห่ง ในเวลาเดียวกัน กรุงโซลก็ผงาดขึ้นโดดเด่นในแง่ของความทันสมัย และสถานที่ที่น่าดึงดูดใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสวนสนุกล๊อตเต้เวิลด์ หรือหอคอยกรุงโซลอันถือเป็นสัญลักษณ์ของกรุงโซลทีเดียว หอคอยติดไฟสว่างไสวตลอดคืน นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์และสวนสาธารณะต่าง ๆ ห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้าอื่น ๆ สโมสรแจ๊ซซ์ ร้านกาแฟ สถานคาสิโน เป็นต้น ทั้งหมดนี้ทำให้กรุงโซลเป็นสถานที่ที่ท่านจะพบกับความพอใจและความเพลิดเพลินอย่างที่ท่านต้องการ 

ทัวร์กรุงโซล

ซื้อตั๋วเพียงใบเดียว ก็สามารถเยี่ยมชมสถานที่สำคัญต่าง ๆ ในกรุงโซลได้มากมาย รถทัวร์กรุงโซลเป็นที่นิยมทั้งในหมู่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ นักท่องเที่ยวชาวเกาหลีเอง และกระทั่งคู่รักหนุ่มสาว

 

รถทัวร์จะมีสองเส้นทาง คือรถทัวร์ชมตัวเมือง และรถทัวร์ชมพระราชวัง ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถจะลงจากรถที่ใดก็ได้ หลังจากนั้นก็สามารถขึ้นรถและออกเดินทางต่อไปได้ รถบัสขนาด 35 ที่นั่งนี้จะมีอุปกรณ์หูฟังซึ่งจะให้ข้อมูลการท่องเที่ยวในภาษาเกาหลี อังกฤษ ญี่ปุ่น จีน และฝรั่งเศส รถทัวร์ชมตัวเมือง จะให้บริการตั้งแต่ 9.00 น.– 21.00 น. ส่วนรถทัวร์ชมพระราชวัง จะให้บริการตั้งแต่ 9.00 น. – 17.00 น. โดยจะออกทุก ๆ 30 นาที บริการรถทัวร์นี้จะหยุดให้บริการในวันจันทร์ ผู้โดยสารจะขึ้นรถทัวร์จากที่ใดก็ได้ในเส้นทาง หรือที่ร้านปลอดภาษีดองวา ที่สถานีควางฮ-วามุน (รถไฟใต้ดินกรุงโซลสายที่ 5 ทางออกที่ 6) ตั๋วเที่ยวเดียวราคา 5,000 วอน ส่วนตั๋ววัน (ทัวร์ชมตัวเมืองและพระราชวัง) ราคา 10,000 วอน มีเส้นทางเดินรถดังนี้ 

ทัวร์ชมตัวเมือง

ควางฮวามุน -> พระราชวังถ็อกซูกุง -> โรงแรมล็อตเต้ -> ตลาดนัมแดมุน -> สถานีรถไฟโซล -> ยูเอสโอ -> อนุสรณ์สถานสงคราม -> ฐานทัพสหรัฐฯ ที่ยงซาน -> โรงแรมอีแทวอน -> โรงแรมคราวน์ -> เมียงดง -> หมู่บ้านนัมซานฮันอก -> โรงแรมโซฟิเทล แอมบาสซาเดอร์ -> โรงละครแห่งชาติ -> หอคอยโซล -> โรงแรมไฮแอท -> โรมแรมทาวเวอร์ -> โรงแรมชิลลา -> ตลาดทงแดมุน -> ถนนเทฮังโน -> พระราชวังชางเกียงกุง -> พระราชวังชางด๊อกกุง -> อินซาดง -> ชองวาแด (ทำเนียบสีฟ้า) -> พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านแห่งชาติ -> พระราชวังเคียงบกกุง -> พิพิธภัณฑ์ตำรวจ -> ศูนย์กลางศิลปการแสดง เซจงเซ็นเตอร์ -> ควางฮวามุน 

ทัวร์ชมพระราชวัง

ควางฮวามุน -> พระราชวังถ็อกซูกุง -> ศูนย์ข่าวเกาหลี -> ตึกเคียวโบ -> ถนนอินซาดง -> พระราชวังชางด๊อกกุง -> ถนนแทฮังโน -> พระราชวังชางเกียงกุง -> พระราชวังชางด๊อกกุง -> ถนนอินซาดง -> ชองวาแด (ทำเนียบสีฟ้า) -> พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านแห่งชาติ -> ศูนย์กลางศิลปการแสดง เซจงเซ็นเตอร์ -> ควางฮวามุน

 

แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

- ชายหาด Songdo เป็นชายหาดแห่งแรกของเมืองปูซาน และเป็นชายหาด ที่ขึ้นชื่อว่ามีหิน ลักษณะแปลกประหลาด ชายหาด Songdo มีสะพานแขวนสำหรับเชื่อมไปยังแผ่นดินใหญ่ด้วย ชื่อของชายหาดสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมของชายหาดแห่งนี้มาก เนื่องจากคำว่า song แปลว่า ป่าต้นสน ขณะที่คำว่า do แปลว่าเกาะ

- ชายหาด Dadaepo ตั้งอยู่ระหว่าง Eulsudo ซึ่งเป็นสถานที่อาศัยของนกที่อพยพมานับหลายหมื่นตัว กับ ท่าเรือ Gamcheon ที่ติดกับมหาสมุทร ส่วนบริเวณด้านข้าง ติดกับปากแม่น้ำตอนกว้าง ที่น้ำจืดและน้ำเค็มมาบรรจบกัน

 

- ชายหาด Haeundae บนเกาะ Dongbaek แรกเริ่มบริเวณแห่งนี้ มีชื่อเสียงว่าเป็นแหล่งที่ตั้งของน้ำพุร้อน และต่อมา กลายเป็นแหล่งพักผ่อนที่ได้รับความนิยมมากในช่วงฤดูร้อน โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดยาว จะหนาแน่นไปด้วยผู้คน และถึงแม้ว่าในช่วงที่อากาศหนาวเย็น ผู้คนก็ยังคงนิยมเดินเล่นและเล่นว่าวท่ามกลางอากาศที่สดชื่นของชายฝั่ง ลักษณะของชายหาดเป็นหาดโค้งเว้ายาว 2 ก.ม. (1.3 ไมล์) และน้ำไม่ลึกมากชื่อ Haseundae ได้มาจากนามปากกา Hae-un ของนาย Choi-Choi Won นักการเมืองของเกาหลีที่หลงเสน่ห์ของความงามบนเกาะนี้ นอกจากนี้ บริเวณจุดศูนย์กลางของชายหาด ยังเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ใต้น้ำ ซึ่งเพิ่งก่อสร้างเสร็จเมื่อปี 2001 ที่ผ่านมานี้เอง บริเวณชายหาดแห่งนี้ยังคงรายล้อมไปด้วยบ่อน้ำพุร้อน และ สถานที่ที่มีชื่อเสียงอีกมากมาย อาทิ Suyoung Yachting Centre ที่ไม่นานมานี้ ก็ได้เปิดพิพิธภัณฑ์ทางศิลปะและศูนย์กลางนิทรรศการแห่งเมืองปูซานด้วย และผู้ที่นิยมการรับประทานอาหารทะเล ริมหาดด้านหนึ่งจะเป็นแหล่งร้านอาหารทะเลสดๆ ที่คุณสามารถชี้เลือกอาหารสดและให้พ่อครัวทำตามเมนูที่คุณเลือกได้ทั้ง ปิ้ง ย่าง อบ นึ่ง ได้ทันที เทศกาลงานรื่นเริงจัดขึ้นที่นี่ทุกปี รวมทั้งการแข่งขัน ไตรกรีฑาในเดือนมิถุนายนและการร่วมว่ายน้ำแบบหมีขั้วโลกในเดือนมกราคม

- ชายหาด Songjeong ตั้งอยู่บนพื้นที่ 40,000 ตารางกิโลเมตร สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ถึง 144,000 คน ชายหาดแห่งนี้จัดได้ว่าเป็นชายหาดที่เงียบสงบและคงความเป็นธรรมชาติไว้มากที่สุด ชายหาดนี้เป็นที่รู้จักและมีนักท่องเที่ยวไปพักผ่อนตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 1965 แต่นักท่องเที่ยวทั่วไปจะไม่ได้รับอนุญาต ให้เข้าไปท่องเที่ยวที่หาดทรายสีขาวทางชายฝั่งตะวันตก เนื่องจากเป็นเขตที่พักสำหรับทหาร ต่อมาปี 1993 หาดดังกล่าวจึงเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้

 

- สวนสาธารณะ Geumgang ตั้งอยู่แนวภูเขาฝั่งตะวันออกของภูเขา Geumjeong อุทยาน Geumgang นี้ เต็มไปด้วยป่าสน ล้อมรอบด้วยหิน และหน้าผา เหมือนภาพจำลองของภูเขา Geumjeong ในอดีตอุทยานแห่งนี้ถูกเรียกว่า Sokeumgang (small Geumjeong) อุทยานดังกล่าวเป็นแหล่งอารยธรรมที่สำคัญในอดีต เนื่องจากเต็มไปด้วยโบราณสถานและโบราณวัตถุ นอกจากนี้ ยังเป็นบริเวณที่ออกกำลังกายของผู้ที่เอาใจใส่สุขภาพ รวมไปถึงสวนสัตว์ และสวนพฤกษชาติ อุทยาน Geumgang ยังมีกระเช้าลอยฟ้า สำหรับผู้ที่ไม่กลัวความสูง จะได้ชื่นชมทัศนียภาพในมุมมองจากข้างบน และห่างไปไม่ไกลจากสวน Guamgang เป็นที่ตั้งของสปาที่ชื่อว่า Dongnae

 

- สวนสาธารณะยองดูซาน ที่นี่จะให้ความประทับใจแก่ท่าน ด้วยความเขียวชอุ่มบนเนินเขาใจกลางเมือง และเป็นสถานที่ตั้งของหอคอยปูซาน ที่ท่านสามารถมองเห็นภาพตัวเมืองปูซานอันตระการตา และในวันที่ท้องฟ้าอากาศแจ่มใส ท่านจะสามารถเห็นชายฝั่งประเทศญี่ปุ่นได้ ที่สวนสาธารณะยองดูซาน ท่านสามารถชมหอคอยที่ตั้งตระหง่านโดดเด่นด้วยความสูงถึง 120 เมตร บนหอคอยจะเป็นจุดพักชมวิว ส่วนด้านหน้าจะเป็นอนุสาวรีย์ของนายพล ยี ชุน ชี วีรบุรุษของคนเกาหลีในสมัยศตวรรษที่ 16 ในช่วงที่ญี่ปุ่นบุกคาบสมุทรเกาหลี โดยรบชนะด้วยการใช้เรือรบพิเศษที่เรียกว่า โคบุกซอน หรือเรือเต่า

- สวนสาธารณะ Daesin เป็นอุทยานที่นักท่องเที่ยวนิยมชมชอบเป็นอย่างมาก ตั้งอยู่บริเวณเทือกเขา Gubong ที่มีชื่อว่าเป็นบริเวณป่าหนาทึบที่อุดมสมบูรณ์ นักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวชมโดยเฉพาะในช่วงที่มีเทศกาลไฟ ซึ่งจะจัดขึ้นทุกปีบนเทือกเขา Gubong บริเวณอุทยานหรือสวนสาธารณะนี้ ยังมีอุปกรณ์การกีฬาและอุปกรณ์เพื่อการพักผ่อนหย่อนใจไว้บริการประชาชน รวมทั้งบ่อน้ำร้อนที่คุณจะพบได้ทั่วๆ ไป

 

- สวนสาธารณะ Daecheon หรือ (Central Park) อุทยาน Daecheon นี้ ตั้งอยู่ในเขต Yeongju-dong บริเวณตอนเหนือของอุทยาน จะเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์ หรือที่เรียกว่าหอ ที่ระลึกซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกแก่ทหารกล้าและตำรวจที่สละชีพ

เพื่อรักษาเกาหลีไว้ เนื่องจาก ในระหว่างที่เกิดสงครามเกาหลี มีผู้อพยพมาในเมืองปูซานมากมาย ซึ่งต่อมาหลังจากที่สงครามสิ้นสุดลง บริเวณชุมชน ก็ขยายเป็นหมู่บ้านและที่พัก โดยหอดังกล่าวได้สร้างขึ้นเมื่อปี 1948 มีความสูง 70 เมตร และมีลักษณะเป็นเสารูปโดมครึ่งวงกลม 9 เสา

- สวนสาธารณะ Taejongdae ตั้งอยู่บนพื้นที่ 160,000 ตารางกิโลเมตร ทางตอนใต้ ของเมืองปูซาน ภายในสวนแห่งนี้ ประกอบด้วยประภาคาร และดาดฟ้า ที่สามารถชมทิวทัศน์ของเมืองบนเกาะได้ นอกจากนี้ ยังมีป่าทึบ ที่เต็มไปด้วยพืชพรรณแบบกึ่งเขตร้อน ประเภท คามิลเลียน ต้นแม็กโนเลีย และต้นสน อย่างไรก็ดี ป่าแห่งนี้ จะไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าชมตั้งแต่เดือนพฤษภาคม - พฤศจิกายนของทุกปี เพื่อฟื้นฟูสภาพป่าไม้

 

สวนสาธารณะ Taejongdae ยังมีหน้าผา และหินรูปร่างแปลกประหลาด ที่ถูกล้อมรอบด้วยน้ำทะเลสีฟ้าสวย ถนนวงแหวนที่ล้อมรอบ Taejongdae กลายเป็นสถานที่ออกกำลังกายชั้นดีสำหรับนักวิ่งและนักเดินเล่นทั้งหลาย รวมไปถึงเป็นที่ที่เหมาะแก่การขับรถเล่น นอกจากนี้ ภายในสวนยังมีรถรางที่ให้บริการเชื่อมระหว่างวัด Taejongsa ประภาคาร และจุดชมวิว ราคาค่าโดยสารประมาณ 1,500 วอนสำหรับผู้ใหญ่ 1,000 วอนสำหรับเด็กโต และ 600 วอนสำหรับเด็กเล็ก

 

วัดโพโมซา (Boemoesa Temple)

เป็นวัดเก่าแก่ของเมืองปูซาน สร้างในปลายคริสศตวรรษที่ 7 ในสมัยอาณาจักรชิลลารุ่งเรือง ซึ่งเป็นยุคทองของศิลปวัฒนธรรมเกาหลี วัดโพโมซานี้ ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาด้านตะวันออกของภูเขาคุมจอง การชมวัดนี้จึงต้องค่อยๆ เดินไปตามบันไดที่สร้างขึ้นบริเวณวัด

วัดทงโดซา (Tongdosa Temple)

ห่างจากเมืองปูซานไปทางตอนเหนือ 46 ก.ม. มีรถประจำทางวิ่งระหว่างเมืองจากสถานีรถ

ปูซาน - ทงบู วัดทงโดซามีขนาดใหญ่เป็นอันดับสามของเกาหลี สร้างขึ้นในสมัยอาณาจักรชิลลา (Shilla Reign) ภายในประกอบด้วยตึกอารามต่างๆ มากกว่า 50 ตึก และด้วยประวัติความเป็นมาที่ยาวนานกว่า 3,000 ปี ของวัด จึงกลายเป็นแหล่งสำคัญทางโบราณสถานและที่สำคัญยังเป็นที่เก็บวัตถุทางพุทธศานาอันมีค่า รวมถึงมีทัศนียภาพอันงดงามด้วย

 

วัดพุลกุกซา (Bulguksa Temple)

ตั้งอยู่บริเวณเคียงจู ซึ่งเป็นเมืองที่อยู่ใกล้กับเมืองปูซาน ด้านหน้าของวัดจะเป็นสระน้ำแห่งปัญญา ที่มีสะพานหินทอดข้ามสู่ประตูเทพพิทักษ์ทั้ง 4 ด้าน เป็นวัดเก่าแก่ในพุทธศาสนา เริ่มสร้างในปี ค.ศ. 526 ในราชวงศ์ของกษัตริย์ชิลลา หลังจากที่ราชวงศ์ชิลลาได้รับเอาพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำราชวงศ์ จนกระทั่งในปี 1593 วัดแห่งนี้ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการถูกชาวญี่ปุ่นเผาทำลาย

 

เส้นทางน้ำ ฮัลยอซูโด 

ครอบคลุมอาณาบริเวณ 400 เกาะเลียบชายฝั่งด้านตะวันตกของเมืองปูซาน มีความยาวถึง 93 ไมล์ เริ่มจากโคเจ ด้านใต้ของเมืองไปจนถึงเกาะยอซุ ทางด้านตะวันตก ทะเลส่วนนี้มีเกาะแก่งกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป ซึ่งบางทีเข้าใจผิดคิดว่าเป็นทะเลสาบ โดยทะเลถูกแบ่งออกเป็น 6 ส่วน และมีทิวทัศน์ธรรมชาติอันน่าทึ่ง รวมทั้งมีสถานที่น่าสนใจทางประวัติศาสตร์มากมาย และสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการช้อปปิ้ง คุณต้องไม่พลาดที่จะเดินชมตลาดบริเวณชอมยอน ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับโรงแรมล็อตเต้ปูซาน ซึ่งนอกจากจะมีการขายของบนพื้นแล้ว ยังมีช้อปปิ้ง มอลล์ ใต้ดิน ซึ่งอยู่ในบริเวณของสถานีรถไฟใต้ดินของเมืองปูซานด้วย รถไฟของเมืองมีสองสายด้วยกัน สถานีที่มีชื่อเสียงมากที่สุด คือ นัมโพดง ที่นอกจากบริเวณใต้ดินเป็นช้อปปิง มอลล์แล้ว

ด้านบนยังเป็นประตูสู่ตลาดกุกเจ (Kukje) หรืออินเตอร์เนชั่นแนล ที่เป็นตลาดขายของสารพัดตั้งแต่หลังสงครามเกาหลี บริเวณนี้จะมีสินค้านานาชนิดมาวางขาย ซึ่งบางอย่างก็ราคาใกล้เคียงกับประเทศไทย บางอย่างก็มีราคาถูกกว่า ในบริเวณกุกเจนี้ยังเป็นแหล่งรวมร้านอาหาร ที่มีทั้งแบบให้เลือกกินข้างทาง ยืนกินข้างแผง จนกระทั่งนั่งในร้านย่างๆ ปิ้งๆ โดยตลาดแห่งนี้เปิดตั้งแต่ 09.00 น.-20.00 น. โดยฝั่งตรงข้ามจะเป็นตลาดปลาชากัลชิ (Chagalchi) ที่มีทั้งมีร้านจำหน่ายปลาสดและปลาแห้ง รวมทั้งผลิตภัณฑ์จากท้องทะเลอื่นๆ นอกจากตลาดกุกเจแล้ว ยังมีตลาดซัวมุน (Saomun) ซึ่งเป็นตลาดท้องถิ่นเก่าแก่ของเมืองแดกู ที่อยู่ใกล้กับเมืองปูซาน บรรยากาศของตลาดที่นี่คล้ายๆ กับตลาดประตูน้ำ หรือ ตลาดบางลำพู ในประเทศไทย คือ มีทั้งเสื้อผ้าโหล รองเท้า กระเป๋าถือ เป้ รวมไปถึงเครื่องเซรามิก หรือแม้แต่อาหารต่างๆ สินค้าของเมืองปูซานที่แนะนำคือ เครื่องจักสานที่ทำจากไม้ไผ่ เสื้อผ้าต่างๆ โดยเฉพาะ ชุดแต่งกายต่างๆที่ทำจากวัสดุนานาชนิดและสีสันต่างๆ รวมทั้งผ้าไหม เครื่องใช้ไฟฟ้า โดยเฉพาะโสมที่ใช้สำหรับบำรุงกำลังและสามารถนำมาสกัดเพื่อลดไขมันได้ รวมถึงกิมจิ ที่กลายเป็นอาหารประจำชาติของเกาหลีไปแล้ว เป็นต้น 

เทศกาลสำคัญ

เทศกาลภาพยนตร์เมืองปูซาน

ตั้งแต่เดือน ก.ย.-ต.ค. ของทุกปี ผู้ที่ชื่นชอบการชมภาพยนตร์ ต้องไม่พลาดเทศกาลหนังที่เมืองปูซานที่โรงละคร Nampo-dong และเวทีกลางแจ้งบริเวณอ่าว Suyeongman ในเทศกาลนี้ คุณจะได้ชมภาพยนตร์กว่า 200 เรื่องจาก 60 ประเทศ รวมถึงหนังสารคดี และภาพยนตร์เคลื่อนไหวต่างๆ 

เทศกาลชายหาดของเมืองปูซาน

ที่หาด Gwangalli ในเดือน ส.ค. ของทุกปี คุณจะได้ชมการแสดง การเต้นโชว์ การแสดงดนตรี อาทิ การแสดงของวงออเคสตร้า รวมไปถึงการเล่นกีฬาทางน้ำ เช่น วินด์เซิร์ฟ และการเล่นเรือใบ ฯลฯ

เทศกาลอาหารที่ตลาด Jagalchi 

เดือน ต.ค. ของทุกๆ ปี คุณต้องไม่พลาดที่จะแวะมาที่ตลาด Jagalchi เพี่อร่วมงานเทศกาลอาหารทะเลและชมการสวดมนตของชาวประมงเพื่ออ้อนวอนต่อเทพเจ้าแห่งทะเล เพื่อขอให้จับปลาได้มาก ๆ และขอให้รอดพ้นจากภัยอันตรายทั้งปวง ลิ้มรสขนมประเภทอบ ขนมพายและยังได้สนุกสนานกับการเลือกซื้อสินค้าลดราคาอีกด้วย 

สนามบินนานาชาติ Pusan Kimhae สามารถรองรับผู้โดยสารได้ปีละ 15 ล้านคน มีเที่ยวบินระหว่างประเทศ 

ไปยัง 10 เมืองสำคัญใน 7 ประเทศ อาทิ ญี่ปุ่น จีน ไทย ไซปัน ฯลฯ

 

เวบท่องเที่ยวประเทศ เกาหลี

สาธารณรัฐเกาหลี

Republic of Korea

ข้อมูลทั่วไป 

ที่ตั้ง ตั้งอยู่ตอนใต้ของคาบสมุทรเกาหลี โดยมีเส้นขนานที่ 38 แบ่งกั้นระหว่างสาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี (เกาหลีเหนือ)พื้นที่ 99,392 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณร้อยละ 45 ของพื้นที่คาบสมุทรเกาหลี

ประชากร 47.7 ล้านคน (2545)

เมืองหลวง กรุงโซล (Seoul)

เมืองที่สำคัญ ปูซาน แตจอน แตกู อินชอน และกวางจู 

สมาชิกสหประชาชาติ 17 ก.ย. 2534

GDP ต่อหัว รายได้ต่อหัว 18,000 ดอลลาร์สหรัฐ (2544) 

หน่วยเงินตรา ประมาณ 1,200 วอน ต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ 

ภูมิอากาศ มี 4 ฤดู คือ ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูหนาว 

เดือน มิ.ย.- ส.ค. เป็นช่วงที่ฝนตกชุก อุณหภูมิโดยเฉลี่ย -5 C ในฤดูหนาว และ 33 C ในฤดูร้อน 

คสพ.การทูต สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับไทย เมื่อ 1 ต.ค. 2501

ออท. ไทย นายสมบูรณ์ เสงี่ยมบุตร

ประธานาธิบดี นาย Roh Moo-hyun รับตำแหน่งเมื่อ 25 ก.พ. 2546 

นายกรัฐมนตรี นาย Goh Kun 

รมว.กต.และการค้า นาย Yoon Young-kwam 

ศาสนา มีประชากรนับถือศาสนา 54% ของประชากรทั้งหมด

(พุทธ 51.2%โปรเตสแตนท์ 34.4% คาธอลิค 10.6% ขงจื๊อ 1.8%)

การศึกษา ภาคบังคับ 9 ปี

อัตราการรู้หนังสือ ร้อยละ 98

สิทธิเลือกตั้ง ประชาชนทุกคนที่มีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป

พัฒนาการต่างๆ ในเกาหลีใต้ปี 2545

 

1. การเมืองภายใน สถานการณ์การเมืองในเกาหลีใต้โดยภาพรวมยังคงมีเสถียรภาพ

แต่มีความผันผวนทางการเมืองภายในอันเนื่องมาจากนักการเมืองระดับสูง คนสนิท

รวมถึงญาติและบุตรชายของประธานาธิบดีเป็นผู้ต้องสงสัยมีส่วนพัวพันกรณีรับสินบน 

เป็นเหตุให้ประธานาธิบดี คิม แด จุง ต้องปรับคณะรัฐมนตรีและที่ปรึกษาครั้งใหญ่

เมื่อ 29 มกราคม 2545 และเมื่อ 11 กรกฎาคม 2545ประธานาธิบดีคิม แด จุง 

ได้ทำการปรับเปลี่ยนคณะรัฐมนตรีเป็นครั้งที่สองโดยได้เปลี่ยนนายกรัฐมนตรี 

แต่รัฐสภามีมติไม่ให้ความเห็นชอบการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีที่เสนอโดย

ประธานาธิบดีคิม แด จุง ถึงสองครั้ง

 

เมื่อ 19 ธันวาคม 2545 ได้มีการเลือกตั้งประธานาธิบดี ซึ่งนาย Roh Moo-hyun 

ผู้สมัครจากพรรครัฐบาล (Millenium Democratic Party-MDP) 

ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเกาหลีใต้คนที่ 16ด้วยคะแนนร้อยละ 48.9 

ใกล้เคียงกับผู้แข่งขันจากพรรค Grand National Party (GNP)

และได้เข้าพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2546 ทั้งนี้

การเลือกตั้งประธานาธิบดีอยู่ในช่วงที่มีกระแสการต่อต้านสหรัฐฯ ของชาวเกาหลีใต้ 

ทำให้พรรครัฐบาลซึ่งมีนโยบายเน้นความเสมอภาคและต่างตอบแทนกับสหรัฐฯ ได้รับการเลือกตั้ง

 

2. การต่างประเทศ เกาหลีใต้ยังคงดำเนินนโยบายตะวันทอแสง (Sunshine Policy) 

ในการดำเนินความสัมพันธ์กับเกาหลีเหนือมาโดยตลอด แม้ว่าจะมีเหตุการณ์ที่กระทบถึง

ความสัมพันธ์ของประเทศทั้งสอง เช่น กรณีการปะทะระหว่างเรือลาดตระเวนของทั้งสองฝ่าย 

แต่ต่อมาเกาหลีเหนือก็ได้กล่าวขอโทษและรับจะไม่ให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอีก 

ทำให้ประเทศในคาบสมุทรเกาหลี ทั้งสองมีความร่วมมือกันต่อไปได้ในระดับหนึ่ง

 

สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีใต้และญี่ปุ่น แม้จะมีความขัดแย้งกันในการเรียกชื่อทะเล

“Sea of Japan” ซึ่งเกาหลีใต้เห็นว่า ไม่เหมาะสมที่จะใช้ชื่อประเทศใดประเทศหนึ่งในการ เรียกชื่อทะเล

จึงเสนอให้ใช้ชื่อ “East Sea” ควบคู่ไปกับ “Sea of Japan” ซึ่งเรื่องดังกล่าวยังไม่มีข้อยุติ

แต่ประเทศทั้งสองก็ยังคงมีความร่วมมือระหว่างกันด้วยดี เช่น

การที่ทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2002 เป็นต้น

 

ส่วนความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ นั้น จากเหตุการณ์ที่ทหารสหรัฐฯ ขับรถชนเด็กนักเรียนหญิง 2 คนเสียชีวิต 

และศาลสหรัฐฯ ตัดสินให้ไม่มีความผิด ทำให้เกิดกระแสต่อต้านฐานทัพสหรัฐฯ

ที่ตั้งอยู่ในเกาหลีใต้และประชาชนยื่นข้อเสนอให้รัฐบาลแก้ไข

สนธิสัญญาทางทหารที่อนุญาตให้ศาลทหารสหรัฐฯ เป็นผู้ตัดสินคดี

 

3. เศรษฐกิจ เศรษฐกิจเกาหลีใต้นับว่ามีความแข็งแกร่งโดยมีอัตราการส่งออกเพิ่มขึ้น

เกาหลีใต้มีดุลการค้าเกินดุลหลายปีติดต่อกันมีปริมาณเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ 

สูงถึง 116.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ มากเป็นอันดับสี่ของโลก และในช่วงปลายปี 2545 

สาธารณรัฐเกาหลีได้ลงนามความตกลงว่าด้วยการค้าเสรี (FTA) กับชิลี 

หลังจากที่มีการประชุมเพื่อหาข้อยุติร่วมกันหลายครั้งเป็นระยะเวลากว่า 2 ปี

 

4. สังคม รัฐบาลเกาหลีใต้ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาสังคมที่เป็นผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540

โดยรัฐบาลได้กำหนดมาตรการต่างๆ อาทิ เพิ่มกองทุนรองรับผู้ตกงาน จัดตั้งคณะกรรมการไตรภาคีระหว่างรัฐบาล

นายจ้างและลูกจ้าง นอกจากนั้น ยังส่งเสริมให้ประชาชนมีทัศนคติที่เปิดกว้างมากขึ้นต่อวัฒนธรรมต่างประเทศ

และส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อเพิ่มรายได้เข้าประเทศ

 

สถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลี

 

นับตั้งแต่ช่วงปลายปี 2545 สถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลีมีความตึงเครียดขึ้นเป็นลำดับ

เนื่องมาจากปัญหาโครงการพัฒนานิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ ซึ่งสหรัฐฯ เห็นว่า

เป็นการละเมิดกรอบความตกลงกับสหรัฐฯ เมื่อปี 2537 (Agreed Framework) 

ที่จะยุติโครงการพัฒนานิวเคลียร์ เพื่อแลกเปลี่ยนกับความช่วยเหลือก่อสร้างเตาปรมาณ

ู Light Water ในการผลิตกระแสไฟฟ้าแทนเตาปรมาณูเดิม 

ในส่วนของเกาหลีเหนือก็กล่าวหาว่า กรอบความตกลงปี 2537 เป็นโมฆะ

เนื่องจากสหรัฐฯ ไม่สามารถก่อสร้างเตาปรมาณู Light Water ได้ทันตามความตกลงฯ 

ทำให้ประชาคมระหว่างประเทศต่างวิตกกังวลเกี่ยวกับความตึงเครียดที่เกิดขึ้นบนคาบสมุทรเกาหลี

และได้พยายามโน้มน้าว ให้เกาหลีเหนือยุติการรื้อฟื้นโครงการดังกล่าว

แต่เกาหลีเหนือปฏิเสธข้อเสนอใดๆ นอกจากนั้น เกาหลีเหนือได้ขับเจ้าหน้าที่ IAEA

ออกนอกประเทศและประกาศถอนตัวจากสนธิสัญญา NPT และแจ้งว่า

ปัญหาโครงการพัฒนานิวเคลียร์เป็นปัญหาทวิภาคีระหว่างสหรัฐฯกับเกาหลีเหนือที่จะต้องแก้ไขร่วมกัน 

โดยเกาหลีเหนือจะยุติการรื้อฟื้นโครงการฯ หากสหรัฐฯ ยินยอมลงนามความตกลงไม่รุกรานกัน

(Non-Aggression Pact) กับเกาหลีเหนือ ซึ่งในขณะนี้ สหรัฐฯ

กำลังพิจารณาข้อเสนอของเกาหลีเหนือดังกล่าว

แต่เป็นการพิจารณาในลักษณะที่มิได้โอนอ่อนผ่อนปรนให้เกาหลีเหนือ

และพยายามผลักดันให้ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาพหุภาคีที่ทุกประเทศที่เกี่ยวข้องต้องร่วมมือกันแก้ไข 

โดยสหรัฐฯ ยินยอมจะหารือทวิภาคีกับเกาหลีเหนื