Hongkong

ถาม & ตอบ

ถาม: ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการเที่ยวฮ่องกงคือเวลาใด ? 

ตอบ: ฮ่องกงเป็นเมืองที่สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ช่วงเวลาที่ได้รับความนิยมที่สุดคือตั้งแต่กลางเดือนกันยายนจนถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงที่อากาศเย็น ช่วงที่หนาวที่สุด (กลางเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์) อุณหภูมิอาจลดลงถึง 10o C (50o F) ช่วงที่อากาศอุ่นที่สุด (ปลายเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนกันยายน) อุณหภูมิจะเฉลี่ยอยู่ที่ 28o C แต่อาจจะสูงถึง 33o C (91o F) ได้

 

ถาม: จำเป็นต้องขอวีซ่าเข้าฮ่องกงหรือไม่? 

ตอบ: นักท่องเที่ยวจากหลายประเทศสามารถเข้าฮ่องกงได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าและพักอยู่ได้ตั้งแต่ 7 วัน ถึง 6 เดือน ขึ้นอยู่กับสัญชาติ โปรดตรวจสอบกับสถานทูตหรือสถานกงสุลจีนสำหรับการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ

 

ถาม: ควรฉีดวัคซีนใดไปก่อน ? 

ตอบ: ตามปกติฮ่องกงไม่ได้กำหนดให้ต้องฉีดวัคซีนก่อนเข้าเมือง อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบกับสายการบินเมื่อจองตั๋ว เนื่องจากระเบียบด้านสุขอนามัยอาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้า

 

ถาม: ควรพักย่านใดมากที่สุด ? 

ตอบ: ฮ่องกงเป็นเมืองเล็ก ดังนั้นนักท่องเที่ยวจะอยู่ไม่ไกลจากย่านช้อปปิ้งและสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ อีกทั้งฮ่องกงยังมีระบบการขนส่งที่ดีเยี่ยม นักท่องเที่ยวจึงสามารถเดินทางได้สะดวก ไม่ว่าจะพักอยู่ที่ใด โรงแรมส่วนใหญ่จะอยู่ใจกลางเมือง ทั้งในย่านเซ็นทรัล วันไช และคอสเวย์เบย์บนเกาะฮ่องกง และย่านจิมซาโจ่ยและจิมซ่าโจ่ยอีสต์ในเกาลูน นอกจากนี้ยังมีโรงแรมสไตล์รีสอร์ตในเขตนิวเทอริทอรี่ส์ ที่เป็นอีกหนึ่งทางเลือกเพื่อการพักผ่อนสบาย ๆ เริ่มเปิดให้บริการมากขึ้น

 

ถาม: ระบบขนส่งมวลชนของฮ่องกงมีบริการทั่วเมืองหรือไม่ 

ตอบ: ฮ่องกงมีระบบขนส่งมวลชนที่มีประสิทธิภาพสูงและใช้บริการได้สะดวก มีทั้งรถประจำทาง เรือเฟอร์รี่ หรือรถไฟ ให้บริการด้วยอัตราค่าโดยสารที่ไม่แพง ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของฮ่องกง และมีป้ายบอกเป็นภาษาอังกฤษและจีน

 

ถาม: ควรจะจ่ายค่าทิปอย่างไร ? 

ตอบ: ภัตตาคารส่วนใหญ่จะคิดค่าธรรมเนียมการบริการ 10% แต่บริกรมักคาดว่าจะได้เงินทอนที่เหลือเป็นค่าทิป ภัตตาคารที่ไม่ได้บวกค่าธรรมเนียมการบริการนั้นคาดว่าจะได้เงินทิป 10% อย่างไรก็ตาม การให้ทิปนั้นขึ้นอยู่กับการพิจารณาของนักท่องเที่ยว ทั้งพนักงานขนกระเป๋า คนเฝ้าประตู คนดูแลห้องน้ำและคนขับแท็กซี่จะยินดีหากได้รับเงินทิปเล็ก ๆ น้อย ๆ จากเงินทอนที่เหลือ

 

ถาม: สามารถใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าส่วนตัวในฮ่องกงได้หรือไม่ ? 

ตอบ: ฮ่องกงใช้ไฟ 220 โวลต์ (เช่นเดียวกับไทย) หากใช้อุปกรณ์ที่ใช้ไฟ 100 โวลต์ อาจต้องใช้หม้อแปลง โรงแรมส่วนใหญ่จะมีไดร์เป่าผมและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอื่น ๆ ให้

 

ถาม: ฮ่องกงเป็นเมืองที่ปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยวหรือไม่ ? 

ตอบ: แน่นอน ฮ่องกงเป็นหนึ่งในเมืองที่ปลอดภัยที่สุดในโลก แม้กระทั่งยามค่ำคืน จึงสามารถจะเดินไปไหนมาไหนได้อย่างมั่นใจ 

 

ถาม: ฮ่องกงใช้ภาษาอังกฤษอย่างกว้างขวางหรือไม่ ? 

ตอบ: ฮ่องกงพูดภาษาอังกฤษกันแพร่หลายมาก จะไม่มีปัญหาในการสื่อสารกับชาวฮ่องกงในโรงแรมหรือภัตตาคารและแม้แต่แท็กซี่ 

จัดกระเป๋าเดินทาง

ด้วยสภาพอากาศกึ่งเขตร้อนของฮ่องกง คุณจึงไม่จำเป็นต้องเตรียมเสื้อผ้าสำหรับอากาศหนาวไปตลอดปี เสื้อผ้าฝ้ายสวมใส่สบายเหมาะสมกับการเที่ยวที่สุด ยกเว้นช่วงกลางเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ เมื่อปรอทอาจลดระดับลงถึง 10oC (50oF) ทว่าในช่วงฤดูร้อน ควรติดเสื้อสเวตเตอร์บางไปด้วย เนื่องจากตามภัตตาคารและโรงภาพยนตร์มักจะปรับเครื่องอากาศไว้เย็นจัด ฝนอาจตกในช่วงฤดูฝน (ประมาณเดือนพฤษภาคมถึงกันยายน) ดังนั้น จึงควรพกเสื้อกันฝนไปด้วยในช่วงนี้

 

แน่นอนว่าสิ่งที่คุณจำเป็นต้องนำติดตัวไปนั้นขึ้นอยู่กับกิจกรรมที่คุณจะทำให้นครแห่งชีวิต ขอแนะนำให้เตรียมชุดว่ายน้ำสำหรับการเที่ยวชายหาด รองเท้าส้นเตี้ยสำหรับการเดินเที่ยว และชุดลำลองสำหรับการดินเนอร์ ควรสวมสูทอย่างเป็นทางการเมื่อติดต่อธุรกิจ สำหรับผู้ที่เตรียมออกตระเวณช้อปปิ้งมอลล์ของเหล่าดีไซน์เนอร์และตลาดกลางคืนอันมีสีสัน ขอแนะนำให้เหลือที่ว่างในกระเป๋าไว้มาก ๆ เนื่องจากฮ่องกงนั้นขึ้นชื่อว่าสวรรค์ของนักช้อปโดยแท้ 

 

ระเบียบการเข้าเมือง

 

นักท่องเที่ยวมาเยือนฮ่องกงต้องถือหนังสือเดินทางที่ถูกต้อง หนังสือเดินทางควรมีอายุใช้งานอย่างน้อย 1 เดือน หลังจากกำหนดวันเดินทางออกจากฮ่องกง สำหรับบางสัญชาติ เงื่อนไขนี้อาจขยายจนถึง 6 เดือน นักท่องเที่ยวหลายสัญชาติจากหลายประเทศไม่ต้องขอวีซ่าตั้งแต่ 7 วัน ถึง 180 วัน ขึ้นอยู่กับสัญชาติ ควรตรวจสอบกับสถานทูตหรือสถานกงสุลจีนเพื่อทราบระเบียบล่าสุด หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระเบียบการขอวีซ่า โปรดดูข้อมูลเกี่ยวกับระเบียบการเข้าเมือง Visit Visa/ Entry Permit Requirements โดยคลิก ที่นี่.

 

ปัจจุบัน การเดินทางเพื่อติดต่อธุรกิจในฮ่องกงบ่อย ๆ สะดวกยิ่งขึ้นหากใช้บัตรเดินทาง (Travel Pass) ของเขตการปกครองพิเศษฮ่องกง (HKSAR) สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับบัตรเดินทาง โปรดเปิด เว็บไซต์ของกระทรวงตรวจคนเข้าเมือง หากต้องการใบสมัคร โปรดคลิก ที่นี่.

สามารถขอวีซ่าเข้าจีนแผ่นดินใหญ่ได้ในฮ่องกง โดยเตรียมรูปถ่าย 1 รูปและตามปกติจะใช้เวลา 3 วันทำการในการดำเนินการ สามารถขอวีซ่าได้ที่สำนักงานวีซ่าของสาธารณรัฐประชาขนจีน สำนักงานคณะกรรมการของกระทรวงการต่างประเทศของสาธารณรัฐประชาชนจีนในฮ่องกง บริษัท ไชน่า เทรเวล เซอร์วิส (HK) จำกัด หรือบริษัท ไชน่า อินเตอร์เนชั่นแนล เทรเวล เซอร์วิส HK จำกัด

 

สภาพอากาศ

 

ฤดูใบไม้ผลิ (เดือนมีนาคมถึงกลางพฤษภาคม)

อุณหภูมิและความชื้นสูงขึ้นเรื่อย ๆ ในฤดูใบไม้ผลิ ตอนเย็นอากาศอาจจะเย็นลง แต่เสื้อแจ็คเก็ตบาง ๆ ก็เพียงพอแล้ว อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 18oC-27oC (64oF-80oF) ความชื้นประมาณ 82 %

 

ฤดูร้อน (ปลายเดือนพฤษภาคมถึงกลางกันยายน)

อากาศร้อนและชื้นด้วยอุณหภูมิตั้งแต่ 26oC-33oC (78oF-91oF) และความชื้นเกือบ 86% เสื้อแขนสั้นและผ้าฝ้ายเหมาะสมที่สุด พร้อมด้วยเสื้อสเวตเตอร์บาง ๆ สำหรับสวมเมื่ออยู่ในอาคาร เช่น ตามภัตตาคารต่าง ๆ ซึ่งมักจะเปิดเครื่องปรับอากาศค่อนข้างเย็น ร่มหรือหมวกก็ช่วยกันแดดได้ดี 

 

 

ฤดูใบไม้ร่วง (ปลายเดือนกันยายนถึงต้นธันวาคม)

อากาศสดใสและปลอดโปร่งในช่วงฤดูใบไม้ร่วง เสื้อแขนสั้นและแจ็คเก็ตบาง ๆ เหมาะสมที่สุดในฤดูกาลนี้ อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 18oC-28oC (64oF-82oF) ความชื้นที่ 72% 

 

ฤดูหนาว (กลางเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์)

ฤดูหนาวมีระดับความชื้นต่ำที่ 72% ถึงแม้ว่าอุณหภูมิจะอยู่ที่ตั้งแต่ 14oC-20oC (57oF-68oF) ปรอทสามารถลดลงได้จนถึง 10oC (50oF) อากาศหนาวเย็นจัดในบางโอกาสทำให้เสื้อขนสัตว์และโอเวอร์โค้ตเป็นสิ่งจำเป็นในฤดูนี้ 

สัญญาณบอกสภาพอากาศ

บางครั้งฮ่องกงอาจได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศรุนแรงบ้าง รัฐบาลได้จัดระบบเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพและไม่ซับซ้อนขึ้น มีสัญญาณเตือนระดับพายุไซโคลนเขตร้อน 5 ระดับ (ระดับ 1,3,8,9 และ 10 โดยระดับ 10 มีความรุนแรงที่สุด) อย่างไรก็ตาม พายุไต้ฝุ่นแทบจะไม่เคยพัดผ่านฮ่องกงตรง ๆ นอกจากนี้ ยังมีสัญญาณเตือนสภาพพายุฝนอีก 3 ระดับ (สีน้ำตาลเหลือง สีแดง และสีดำ โดยสีดำถือว่ารุนแรงที่สุด) หากสัญญาณเตือนพายุไต้ฝุ่นอยู่ที่ระดับ 8 หรือสูงกว่า และ/หรือสัญญาณฝนเป็นสีดำ ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวอยู่ในโรงแรมที่พัก

 

เขตบริหารพิเศษฮ่องกง

Hong Kong Special Administrative Region : HKSAR

 

ข้อมูลทั่วไป 

สถานะ อยู่ภายใต้อธิปไตยของจีน (ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2540) เข้าร่วม เอเปคในฐานะเขตศุลกากรหนึ่งของจีน

ที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของมณฑลกวางตุ้งของจีน ห่างจากนครกวางโจวประมาณ 130 กิโลเมตร

 

พื้นที่ 1,092 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วย เกาะฮ่องกง แหลมเกาลูน New Territories และเกาะเล็กเกาะน้อยอีก 235 เกาะ

 

ประชากร 7.3 ล้านคน (2545) โดยร้อยละ 98 เป็นคนจีน

 

อัตราการเติบโตของประชากร ร้อยละ 1.1

 

ภาษาราชการ อังกฤษและจีนกวางตุ้ง คนส่วนใหญ่เข้าใจภาษาจีนกลางได้ดี

 

ศาสนา ส่วนใหญ่นับถือพุทธมหายาน และศาสนาอื่น ๆ

 

ภูมิอากาศ ลักษณะภูมิอากาศแบบกึ่งเขตร้อน แบ่งเป็น 4 ฤดู มีผลกระทบจากพายุไต้ฝุ่นช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายน และความชื้นค่อนข้างสูง (ประมาณร้อยละ 79)

 

ธง ใช้ธงชาติจีนเป็นธงประจำชาติ (เนื่องจากเป็นดินแดนภายใต้อธิปไตยของจีน) และมีธงประจำฮ่องกง ซึ่งมีพื้นธงสีแดง ตรงกลางเป็นรูปดอกชงโค มีดาว 5 ดวง อยู่ที่ปลายเกสร

 

เงินตรา ฮ่องกงดอลลาร์ (ฮ่องกงดอลลาร์เท่ากับ 5.23 บาท)

 

GDP 161,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (2544)

 

GNP 117,867 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (2544)

 

รายได้เฉลี่ยต่อหัว 24,400 ดอลลาร์สหรัฐ (ไตรมาสที่ 1 ปี 2546)

 

ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ 112,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (2545)

 

ระบอบการปกครอง เป็นเขตบริหารพิเศษ (Special Administrative Region) ของจีน

 

ประวัติศาสตร์

 

เมื่อ พ.ศ.2385 หลังจากสงครามฝิ่นระหว่างจีนกับอังกฤษครั้งที่ 1 ฮ่องกงตกเป็นของอังกฤษตามสนธิสัญญานานกิง (Treaty of Nanking) ต่อมาในปี พ.ศ. 2403 หลังจากสงครามฝิ่นครั้งที่สอง แหลมเกาลูนตกเป็นของอังกฤษตามอนุสัญญากรุงปักกิ่ง (Beijing Convention) และภายหลังที่จีนแพ้สงครามญี่ปุ่นในปี พ.ศ.2438 ประเทศยุโรปพยายามแผ่อำนาจในจีน อังกฤษเห็นความจำเป็นที่จะต้องปกป้องอ่าวฮ่องกงและดินแดนรอบ ๆ จึงทำสัญญาเช่าเขตนิวเทอริทอรีจากจีน เมื่อ 9 มิถุนายน 2441 เป็นเวลา 99 ปี ดินแดนดังกล่าวประกอบด้วยพื้นที่เหนือแหลมเกาลูนไปจนจรดแม่น้ำเซินเจิ้น และเกาะต่าง ๆ อีก 235 เกาะ

 

ในเดือนกันยายน พ.ศ.2515 จีนและอังกฤษเริ่มเจรจากันถึงอนาคตของเกาะฮ่องกง ภายหลังการโอนอธิปไตยเหนือฮ่องกงจากอังกฤษไปสู่จีน ในปี พ.ศ.2540 ในเดือนธันวาคม พ.ศ.2527 จีนกับอังกฤษได้ออกแถลงการณ์ร่วม (Sino-British Joint Declaration) ว่าด้วยการ ส่งมอบฮ่องกงคืนแก่จีนในวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ.2540 และเพื่อเป็นกรอบกำหนดแนวทางบริหารฮ่องกงภายหลังปี 2540

 

การเมืองการปกครอง

 

ตามแถลงการณ์ร่วมดังกล่าว ปัจจุบันฮ่องกงมีฐานะเป็นเขตปกครองพิเศษ Special Administrative Region (SAR) ของสาธารณรัฐประชาชนจีน (อยู่ภายใต้อธิปไตยของจีน) ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2540 โดยยังคงระบบสังคม เศรษฐกิจ และการดำเนินชีวิตของประชาชนแบบเดิมเป็นเวลา 50 ปี แนวทางดังกล่าวเรียกว่า “หนึ่งประเทศสองระบบ” (one country, two systems) และได้ระบุไว้ใน Basic Law อันเป็นกฎหมายแม่บทหรือธรรมนูญในการปกครองฮ่องกงตั้งแต่ 1 กรกฎาคม พ.ศ.2540 ซึ่งยืนยันเช่นเดียวกันใน Sino-British Joint Declaration คือ ให้สิทธิฮ่องกงในการปกครองตนเองในระดับสูง (high degree of autonomy) มีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับประเทศอื่น ๆ เป็นเขตศุลกากรอิสระ (Separate Customs Area) และยังคงสถานะเป็นศูนย์กลางการเงินระหว่างประเทศต่อไป ยกเว้นด้านการต่างประเทศ และการป้องกันประเทศที่รัฐบาลจีนจะเป็นผู้กำหนด

 

ระบบการเมืองการปกครองแบ่งออกเป็น 3 ฝ่าย คือ ฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายตุลาการ

 

 

เศรษฐกิจการค้า 

ระบบเศรษฐกิจ

 

ฮ่องกงมีระบบเศรษฐกิจแบบเสรีนิยม มีข้อจำกัดทางการค้าน้อยมาก เนื่องจากฮ่องกงไม่มีทรัพยากรธรรมชาตินอกจากท่าเรือน้ำลึกที่ดีเยี่ยม ดังนั้น โครงสร้างทางเศรษฐกิจที่สำคัญของ ฮ่องกง คือ การค้า การเงินการธนาคาร การลงทุนและการท่องเที่ยว ปัจจุบันฮ่องกงเป็นศูนย์กลางการค้าที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยเฉพาะการนำเข้า-ส่งออก รวมไปถึงการ re-export สินค้าไปประเทศที่สาม และเป็นศูนย์กลางการเงินและการธนาคารที่ใหญ่เป็นอันดับสามของโลกรองจากนิวยอร์กและลอนดอน

 

ฮ่องกงมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงมากประมาณ 10 % ต่อปี อัตราการเจริญ เติบโตของเศรษฐกิจฮ่องกงขึ้นกับเศรษฐกิจโลกเป็นหลัก ฮ่องกงเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ของโลก สำหรับสินค้าประเภทสิ่งทอ เครื่องประดับเทียม กระเป๋า ร่วม ดอกไม้ประดิษฐ์ ของเล่น และนาฬิกา สินค้าส่งออกจากฮ่องกงประมาณ 85% เป็นสินค้า re-export คู่ค้าสำคัญคือ สหรัฐฯ และ สหภาพยุโรป

 

อุตสาหกรรม ฮ่องกงมีชื่อเสียงในด้านการส่งสินค้าอุตสาหกรรมอุปโภคบริโภค แต่ อุตสาหกรรมเด่นของฮ่องกงกลับเป็นอุตสาหกรรมก่อสร้าง การต่อเรือ ซ่อมเรือ และอุตสาหกรรมขนาดเล็ก เช่น เครื่องประดับ อิเลคโทรนิกส์ นาฬิกา ของเล่น ประมาณร้อยละ 80 ของสินค้าอุตสาหกรรมผลิตเพื่อการส่งออก

 

ความสัมพันธ์ไทย-ฮ่องกง

 

การเยือนฮ่องกง

 

ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้เยือนฮ่องกงอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 8-10 พฤษภาคม 2544 และในการหารือกับนาย Tung Chee-hwa ผู้บริหารสูงสุด ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องจะเป็น gateway ของกันและกัน โดยไทยจะเป็น gateway ในการเข้าสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และฮ่องกงจะเป็น gateway สำหรับเข้าสู่จีน โดยเฉพาะเขตเศรษฐกิจ Pearl River Delta ในบริเวณภาคใต้ของจีน

 

สภาธุรกิจฮ่องกง-ไทย (Hong Kong-Thailand Business Council)

 

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2545 ได้มีการจัดตั้งสภาธุรกิจฮ่องกง-ไทย ขึ้นที่เมืองฮ่องกง โดยเป็นการริเริ่มของสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฮ่องกง และนักธุรกิจชาวฮ่องกง เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ด้านธุรกิจการค้าระหว่างไทยกับฮ่องกง ทั้งนี้ สภาธุรกิจฮ่องกง-ไทยได้รับการสนับสนุนจากทั้งนาย Tung Chee-hwa ผู้บริหารสูงสุด และ ฯพณฯ พ.ท.ท. ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในการรับเป็นผู้อุปถัมภ์สภาธุรกิจฯ

 

แรงงานไทยในฮ่องกง

 

คนไทยในฮ่องกงมีจำนวนประมาณ 8,000 คน ส่วนใหญ่เป็นแรงงานที่มาประกอบอาชีพแม่บ้าน

 

ข้อมูลการค้าไทย-ฮ่องกง

 

การค้ารวม

 

สำหรับใน 9 เดือนแรกของปี 2546 การค้ารวมไทย-ฮ่องกงมีมูลค่า 3,856.4 ล้าน

เหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันของปี 2545 ร้อยละ 13.58

 

การส่งออก

 

สำหรับใน 9 เดือนแรกของปี 2546 การส่งออกของไทยมีมูลค่า 3,092.3 ล้าน

เหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันของปี 2545 ร้อยละ 14.32

 

การนำเข้า

 

สำหรับใน 9 เดือนแรกของปี 2546 การนำเข้าของไทยมีมูลค่า 764.1 ล้านเหรียญ

สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันของปี 2545 ร้อยละ 10.71

 

ดุลการค้า

 

ไทยเป็นฝ่ายได้ดุลการค้ากับฮ่องกงมาตลอด ในปี 2545 ไทยได้ดุลมูลค่า

1,248.4 ล้านเหรียญสหรัฐ

 

การลงทุน

 

ในช่วงปี 2545 ฮ่องกงเข้ามาลงทุนในไทยปริมาณน้อย และลดลงจากปีที่ผ่านมา

ค่อนข้างมาก จะเห็นได้จากจำนวนโครงการที่ได้รับการอนุมัติให้การส่งเสริมการลงทุนมีเพียง 5 โครงการ โดยเป็นโครงการขนาดเล็กและขนาดกลาง มูลค่าการลงทุน 1,585 ล้านบาท ลดลงจากปีที่แล้วที่มีมูลค่าการลงทุนถึง 9,709.8 ล้านบาท

 

สินค้าสำคัญที่ไทยส่งออกและนำเข้า

 

สินค้าส่งออก : แผงวงจรไฟฟ้า เม็ดพลาสติก เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์

และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์พลาสติก อุปกรณ์กึ่งตัวนำทรานซิสเตอร์และไดโอด เครื่องใช้ไฟฟ้า และส่วนประกอบอื่นๆ อัญมณีและเครื่องประดับ ข้าว หนัง และผลิตภัณฑ์หนังฟอกและหนังอัด และนาฬิกาและส่วนประกอบ เป็นต้น

 

สินค้านำเข้า : เครื่องเพชร พลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ เครื่องจักร

ไฟฟ้าและส่วนประกอบ แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ผ้าผืน เครื่องมือเครื่องใช้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์การแพทย์ฯ เครื่องจักรใช้ในอุตสาหกรรม สินแร่โลหะ ผลิตภัณฑ์โลหะ และผลิตภัณฑ์พลาสติก เป็นต้น

 

ปัญหาและอุปสรรคทางการค้า

มีการแข่งขันกับประเทศคู่ค้าอื่น ๆ สูง (ไม่ใช่ปัญหาจากฝ่ายฮ่องกง) เนื่องจากฮ่องกงเป็นตลาดการค้าเสรี

 

พฤศจิกายน 2546

 

 

เรียบเรียงโดย กองเอเชียตะวันออก3 กรมเอเชียตะวันออก โทร.02-643-5203-4